Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 2 (ลำปาง)

Environment and Pollution Control Office 2

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การแถลงข่าว "รัฐยกระดับมาตรการที่เข้มงวดสูงสุด แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5ภาคเหนือ”

การแถลงข่าว "รัฐยกระดับมาตรการที่เข้มงวดสูงสุด แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5ภาคเหนือ”

วันที่ 10 มีนาคม 2567 นายสิทธิชัย มุ่งดี รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 2 และจ้าหน้าที่ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 2 เข้าร่วมประชุมรับฟังการแถลงข่าว "รัฐยกระดับมาตรการที่เข้มงวดสูงสุด แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ" ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง ผ่านระบบ VDO Conference โดยมีพลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว  โดยมีประเด็นสำคัญในการแถลงข่าวได้แก่ การติดตามการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5ในพื้นที่ภาคเหนือ การรายงานสถานการณ์และคาดการณ์คุณภาพอากาศ ฝุ่น PM2.5  การป้องกันและแก้ไขไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 
      ทั้งนี้พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายยกระดับการทำงาน เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มที่จะรุนแรงมากขึ้น ให้ทุกหน่วยงานนำมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษPM2.5 ในช่วงสถานการณ์วิกฤตไปปฏิบัติอย่างเร่งด่วน และอย่างเต็มที่ และสิ่งที่สำคัญต้องพยายามควบคุมดูแลกำกับดูแลการจัดการไฟในพื้นที่ป่าโดยเฉพาะในพื้นที่มุ่งเป้า 10 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนฯ และพื้นที่เกษตรเผาไหม้ซ้ำซากในพื้นที่สูงและในพื้นที่ราบของ17 จังหวัดภาคเหนือ ดังนี้
    1.ปรับรูปแบบการจัดกำลังดับไฟป่าด้วยยุทธวิธีผสมผสาน ทั้งการตรึงพื้นที่ด้วยจุดเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน การส่งกำลังและการดับไฟโดยอากาศยานเข้าถึงไฟให้เร็วควบคุมไม่ให้ขยายวงกว้าง ควบคุมแนวไฟและดับให้สนิท ให้ War room บัญชาการชุดปฏิบัติการดับไฟป่าตลอดเวลาที่มีการเข้าพื้นที่
    2.ติดตามสถานการณ์จุดความร้อน สนธิกำลังพลทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งเครือข่ายระดับภาคพื้นและอากาศยานลาดตระเวนเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เข้มข้น เมื่อพบต้องเร่งปฏิบัติการ เข้าควบคุมสถานการณ์โดยทันที ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่งดการใช้อาสาสมัครที่ไม่ได้รับการฝึกปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย
    3.สนับสนุนและบูรณาการงานอย่างเต็มที่เป็นหนึ่งเดียวกับศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัดโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง
    4.ปิดป่าห้ามไม่ให้บุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ที่มีสถานการณ์รุนแรง บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างอย่างเด็ดขาด ยกระดับการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่า
    5.ในพื้นที่เกษตรต้องติดตามเฝ้าระวังประสานงานกับฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิดเพื่อลดและควบคุมไม่ให้เกิดการเผาและหากเกิดต้องควบคุมให้โดยเร็ว
    6.สื่อสารและแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างทั่วถึงทันท่วงทีเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่รวดเร็วถูกต้อง สร้างความรู้ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ปฏิบัติตนตามคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสม
    และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติการด้วยความแม่นยำ รวดเร็ว ทันท่วงที มีประสิทธิภาพและคำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

แกลเลอรี่